เจ้าหน้าที่ตำรวจกบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี จับหนุ่มลูกครึ่งไทย-เนเธอร์แลนด์ หนึ่งในแก๊งทวงหนี้นอกระบบรายวันสุดโหด บุกรุกทุบทำลายร้านอาหารของลูกหนี้ 2 ราย หลังแชร์ผ่านเฟซบุ๊ก
หลังจากเฟซบุ๊ก “แหม่มโพธิ์ดำ” โพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพว่าเจ้าของร้านอาหารขายลาบ – ตามสั่ง รวม 2 แห่ง ชื่อ ร้านเพ็ญเจริญอาหารตามสั่ง ตั้งอยู่ริมถนนสาย 304 (กบินทร์บุรี – นาดี) ตลาดบ้านโคกอุดม ต.หนองกี่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เจ้าของร้านไปกู้เงินนอกระบบ รายละ 5,000 บาท โดยส่งหักเป็นรายวัน ๆ ละ 200 บาท แต่ล่าสุดขาดส่งเพียง 2 วันถูกคนเก็บเงินกู้โทรศัพท์ข่มขู่ และขณะไม่อยู่ร้านได้มีคนบุกรุกมาทุบทำลายรื้อค้นทรัพย์สินในร้านอาหารบเสียหายยับเยิน จนมีการแชร์ผ่านเฟซบุ๊กและสื่อมวลชนตามที่เสนอไปแล้วนั้น
ล่าสุด นายวัลลภ ประวัติวงศ์ นายอำเภอกบินทร์บุรี เปิดเผยในเรื่องดังกล่าว ว่า เบื้องต้นได้สั่งการให้กำนัน ต.หนองกี่ ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร ทราบเพียงเบื้องต้นว่า กลุ่มผู้เสียหายเป็นชาว จ.บุรีรัมย์ มาค้าขายลาบ – อาหารอีสาน อาหารตามสั่งที่ อ.กบินทร์บุรี แต่ภายหลังเงินขาดมือจึงกู้เงินนอกระบบมารายละ 5,000 บาท แต่ขาดส่งไม่ตรงกำหนดเพียง 2 วันจนมีการข่มขู่และทำลายร้านอาหาร ทำให้ผู้เสียหายนำไปเผยแพร่ทางสื่อออนไลน์หรือเฟซบุ๊กดังกล่าว โดยขณะนึ้ทางฝ่ายสืบสวนสอบสวน สภ.กบินทร์บุรี กำลังเร่งติดตามคดีอยู่อย่างเร่งด่วนแล้ว
ขณะที่ พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ ชัยรักษา ผกก.สภ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งความ ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนออกติดตามหาข่าวผู้ต้องสงสัยที่บุกทุบข้าวของร้านอาหารตามสั่งของ นางพิมพ์เพ็ญ จันทร์แวว อายุ 41 ปี ชาว อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี และร้านของ นางสุรกฤษ กลมเกลี้ยง อายุ 47 ปี ชาว จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 ก.ค.60 ผ่านมา ขณะที่ทั้งสองคนไม่อยู่บ้านและขาดส่งเงินกู้รายวันของเจ้าหนี้ ทำให้คนเก็บดอกเบี้ยรายวันไม่พอใจ แอบย่องมาทุบข้าวของที่ร้านและห้องพักของผู้เสียหายจนพังยับเยิน จากการตรวจสอบทราบชื่อคนเก็บเงินรายวันซึ่งมี นายโอ กับ นายยะ หรือยักษ์ ที่ยังโทรศัพท์มาข่มขู่ทั้งสองอีกด้วย ทำให้ นางพิมพ์เพ็ญ และ นางสุรกฤษ เกิดความหวาดกลัวจนต้องปิดร้านหนีออกไปอยู่บ้านญาติเกรงจะได้รับอันตราย
หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจพอทราบรูปร่างผู้ต้องสงสัยที่พบเห็นรูปถ่ายในไลน์ที่โทรศัพท์มาหา 2 สาวลูกหนี้ดังกล่าว จึงได้ออกติดตามหาตัวคนเก็บเงินกู้มาสอบสวนหาข้อเท็จจริง ล่าสุด ได้รับรายงานจากชุดสืบสวนว่าตอนนี้สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 1 คนในหมู่บ้านก้องตะวัน ตลาดสามทหารกบินทร์บุรี โดยเป็นลูกจ้างทำหน้าที่คอยเก็บเงินกู้รายวัน ซึ่งรับงานมาจากนายทุนปล่อยเงินกู้ไม่ทราบชื่อ ชาว จ.ระยอง อีกทอดหนึ่ง ทราบชื่อภายหลัง คือ นายแดลเนี่ยล ธัญบาส ลูกครึ่งไทย-เนเธอร์แลนด์ อายุ 27 ปี ชาว ต.ทุ่งควายกิน อ.แกลง จ.ระยอง ซึ่ง นายแดลเนี่ยล จะทำหน้าที่เก็บเงินกู้รายวันจากพื้นที่ต่าง ๆ คือ เก็บจากที่บ้านโคก 2 ราย , เก็บจากตำบลวังดาล 2 ราย และเก็บที่วงเวียนนเรศวรอีก 2 ราย
ขณะที่ นายแดลเนี่ยล กล่าวว่า ตนเองไม่ได้ไปข่มขู่ลูกหนี้หรือทำลายข้าวของใครตามที่มีคนกล่าวหา แต่ยอมรับว่าตนเองกับเพื่อนคนหนึ่งเป็นคนเก็บเงินกู้รายวันจริง แต่ไม่ได้เป็นคนทำลายข้าวของใคร ซึ่งคาดว่าอาจเป็นเพื่อนคนใดคนหนึ่งเป็นคนทำลายข้าวของ ซึ่งก่อนเกิดเหตุลูกหนี้ทั้ง 2 คนขาดส่งเงินรายวันมาแล้ว 1-2 วัน ตนเองบอกให้หามาส่งคืนจะได้ไม่มีปัญหาในการกู้ยืมเงิน ส่วนสาเหตุที่ตนเองสักคิ้วใหญ่เหมือนคิ้วยักษ์เพื่อสร้างความดุดันเท่านั้น
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาแก่ นายแดลเนี่ยล ปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยเกินกำหนด ทวงหนี้ในยามวิกาล บุกรุก และจะทำการสอบประวัติเพิ่มเติมว่าได้ปล่อยเงินกู้ผิดกฎหมายจริงหรือไม่ ขณะเดียวกันจะต้องสอบสวนเพิ่มเติมเนื่องจากผู้เสียหายที่มาแจ้งความ 2 คนต่างเป็นพยานแก่กันและกันว่า ผู้เสียหายเชื่อว่า นายยักษ์ เป็นผู้ทำลายข้าวของจริงเพราะมีเบอร์ไลน์โชว์อยู่ในมือถือ
ข่าวที่เกี่ยวข้