จนท.กู้ภัยยังไม่หยุดค้นหาคนติดใต้ซาก ตึกสตง.ถล่ม เข้าสู่วันที่ 8 พบ แสงไฟลอดอุโมงค์ตึกถล่ม ออกมาจากโพรง ส่งน้องหมา K9 เชื่อยังมีความหวัง
จากกรณีมีรายงานข่าวว่า 4 เมษายน 2568 เมื่อเวลา 03.30 น. เจ้าหน้าที่ได้ปลุก K9 ถูกเรียกฉุกเฉิน สนับสนุนตรวจสอบ พื้นที่โซน D เจ้าหน้าที่พบ โพรงและมีแสงไฟรอดออกมา
กู้ภัยเผยในโซน บี สามารถเจาะโพรงได้ 3-4 โพรง
วันนี้ (4 เม.ย.) นายอำนาจ สุทธิรัตน์ กู้ภัยร่วมกตัญญูเผย ตอนนี้สามารถเจาะโพรงได้ประมาณ 3-4 โพรง ในส่วนโซน B นั้น เจาะได้เพียงทีละนิด เพราะยังพบเศษปูนขวาง ส่วนโซนดีนั้น ยังเจาะเข้าไปได้ไม่มาก แต่เป็นไปได้หากถึงตรงกลางอาจเชื่อมถึงโซน B และโซน C ทั้งนี้กู้ภัยปฏิบัติงานถึงตี 4 ก็ต้องพักเครื่องจักรเพราะผ่านการใช้งานมาอย่างหนัก และเครื่องจักรร้อน เตรียมจะเริ่มงานใหม่และประชุมหารือวางแผนเวลา 8:00 น มุ่งเน้นค้นหาผู้รอดชีวิตให้มากที่สุด
ประเด็นส่งสุนัข K9 เข้าตอนตี 3 นั้น เพราะพบจุดต้องสงสัย ประมาณ 2 จุด แต่ยังไม่พบ ข้อสงสัยแต่อย่างใด ยังเปิดเผยไม่ได้รอให้ทางราชการแถลง

ภาพรวมกู้ภัยสลับสับเปลี่ยนกำลังทุก 12 ชั่วโมง เข้าโซนสลับกันทุก 1 ชั่วโมง ส่วนคลิปอ้างเสียงร้องขอความช่วยเหลือตามโลกออนไลน์ที่ว่อนขณะนี้ ยืนยันเป็นคลิปเก่า
ชัชชาติ เผยเสียใจเเต่ไม่หมดหวัง ปมพบสัญญาชชีพใต้ซาก สตง.แต่เจออุปสรรค-ยันเจ้าหน้าที่ไม่เสียกำลังใจ
เมื่อเวลา 09.00 น. วันทึ่ 4 เมษายน ที่บริเวณกองอำนวยการร่วม สน.บางซื่อ ห้างสรรพสินค้า JJ mall นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, นางวันทนีย์ วัฒนะ ปลัดกรุงเทพมหานคร,น.ส.ภัทร์กร สินสุข ผู้อำนวยการเขตจตุจักร และ นายสุริยชัย รวิวรรณผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมแถลงความคืบหน้ากรณีตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) เเห่งใหม่ถล่ม จากเหตุแผ่นดินไหว
นายชัชชาติ กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าถึงจุดที่คาดว่าจะมีสัญญาณต้องสงสัย (ผู้ที่ติดค้าง) อยู่ได้เพราะแม้จะขุดลึกไปมากเพียงใดก็ยังคงเจออุปสรรคเป็นเหล็กและโพรงแคบ ซึ่งตลอดทั้งวันของเมื่อวานที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้นำเอาเศษซากปูนตรงจุดที่พบสัญญาณต้องสงสัย ออกไปถึง 20 ตัน โดยถือว่าเป็นน้ำหนักที่มาก จากซากทั้งหมด โดยจากการประเมิน โดยผู้เชี่ยวชาญคาดว่า ซากปรักหักพังที่มีอยู่จากเหตุตึกสตงพังถล่ม จะมีน้ำหนักกว่า 40,000 ตัน ซึ่งการรื้อย้าย อาจจะต้องใช้เวลา 30-60 วัน โดยสาเหตุที่ต้องใช้เวลานานเพราะ การรื้อย้ายโครงสร้างต้องควบคู่ไปกับการค้นหาผู้ที่คิดค้างภายใน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความระมัดระวัง มากกว่าปกติ

โดยการทำงานจะใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ เช่นแบคโฮ และตัวตัดเข้ารื้อถอนชิ้นส่วนโครงสร้าง แต่ก็จะมีทีมกู้ภัยกู้ชีพ คอยเตรียมความพร้อมกรณีพบสัญญาณต้องสงสัยเพื่อทำการตรวจสอบ ขณะเดียวกันก็จะมีทีมตำรวจและสำนักงานตรวจพิสูจน์หลักฐาน เข้าเก็บชิ้นส่วนต้องสงสัยต่าง ๆ เพื่อนำไปตรวจสอบ ซึ่งเมื่อวานที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ค้นพบโพรงขนาดใหญ่ที่บริเวณโซน C ด้านขวาหลัง ซึ่งเป็นโพรงที่คาดว่าจะเป็นโถงลิฟท์ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ส่งทีมเข้าไปจึงทำให้พบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมอีก 2 ร่างแต่ขณะนี้ยังไม่สามารถนำออกมาได้ เบื้องต้นคาดว่าจะสามารถนำออกมาได้เพิ่มเติม เพราะอุปสรรคคือพบโครงสร้างทับบริเวณร่างของผู้เสียชีวิต ซึ่งการทำงานของเจ้าหน้าที่ต้องเป็นไปด้วยความระมัดระวังเพราะโครงสร้างที่กีดขวางมึ ลักษณะที่ไม่เสถียร ยืนยันทุกคนไม่เสียกำลังใจ แม้จะยังไม่สามารถช่วยเหลือผู้ติดค้างได้เพิ่มเติม เพราะทุกคนทำดีที่สุดแล้ว และมีการปฎิบัติภารกิจอย่างเต็มที่ ซึ่งกำลังใจมาจากการที่ทุกคนพยายามอย่างเต็มที่แม้จะไม่ประสบความสำเร็จ แต่ก็เป็นสิ่งที่ทุกคนภาคภูมิใจ ซึ่งเมื่อวานที่ผ่านมา(3 เม.ย.) เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยก็ได้เข้ามาพูดคุยเรื่องเทคโนโลยีเพื่อแนะนำทีมเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน ซึ่งการทำงานไม่สามารถกำหนดรูปแบบได้เพราะเหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และถือว่าเป็นครั้งแรกของโลก และส่วนตัวเชื่อว่าไม่มีตำราเล่มไหน บอกว่าต้องทำอย่างไร

ส่วนกรณีที่เมื่อเวลาประมาณ 03.30 น. ที่ผ่านมาปรากฎภาพการส่งสุนัข K-9 เข้าไปตรวจสอบ นายชัชชาติ ระบุว่า เบื้องต้นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่า เป็นรูปแบบการทำงานของทีม K-9 อยู่แล้ว ที่เมื่อใช้เครื่องจักรหนักเสร็จ ก็จะส่งทีมค้นหาและกู้ภัยเข้าไป ซึ่งหากใช้เครื่องมือขนาดเล็กเจาะเข้าไปไม่ได้ก็จะส่งทีม K-9 เข้าไปสำรวจ เพื่อตรวจสอบหาสัญญาณชีพหรือผู้เสียชีวิตภายในซาก ก่อนจะสลับหมุนเวียนกำลังในการปฎิบัติงาน
ด้านนางวันทนีย์ ระบุว่า อยากขอความร่วมมือจากสื่อมวลชน ไม่นำเสนอข้อมูลที่อาจสร้างความสับสน หลังปรากฎข้อมูลในโซเชียลมีเดียว่ามีการใช้ภาพจากประเทศเมียนมามาอ้างว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์ตึกสตง.พังถล่ม
ขณะที่ รศ.ทวิดา กล่าวว่า ขณะนี้การทำงานของทีมจิตแพทย์แบ่งเป็น 2 ทีม ในการพูดคุยกับญาติผู้ติดค้าง และมีทีมแพทย์ในการให้ความช่วยเหลือดูแลผู้บาดเจ็บจากการปฏิบัติการกู้ชีพกู้ภัย ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งพบว่า ขณะนี้ญาติของผู้สูญหาย มีความเครียด เนื่องจากบางครั้งได้พบเห็นข้อมูลข่าวปลอมจากสื่อโซเชียลมีเดีย ประกอบกับเมื่อได้ยินเสียงเครื่องจักรหนักกลับมาทำงานอีกครั้ง ก็ทำให้หลายคนมีความหวัง แต่เมื่อเวลาผ่านมาไปหลายชั่วโมง เครื่องจักรหนักกลับมาทำงานอีกครั้ง ญาติ ก็เริ่มทำใจในส่วนหนึ่ง และเริ่มเปลี่ยนคำถาม ถ้าเสียชีวิตออกมา เขาต้องทำอย่างไร จึงทำให้ญาติ มีความรู้สึกมีความหวังสลับกับผิดหวัง
