พรรคประชาชน ยกทัพใหญ่ ปราศรัยเลือกตั้ง อบจ.เชียงใหม่ ปลุกประชาชนเลือกสีส้มยกจังหวัด เท้ง ณัฐพงษ์ ลั่น นี่ไม่ใช่เวทีกู้หน้าใคร
วันที่ 18 ม.ค.68 พรรคประชาชนจัดเวทีปราศรัยหาเสียงเลือกตั้ง อบจ.เชียงใหม่ ที่จะมีการเลือกตั้งในวันเสาร์ที่ 1 ก.พ.นี้ โดยพรรคประชาชนส่ง “พันธุ์อาจ ชัยรัตน์” เบอร์ 1 เป็นผู้สมัครนายก อบจ. พร้อมด้วยผู้สมัคร ส.อบจ. จำนวน 41 คน บรรยากาศเวทีปราศรัยเป็นไปอย่างคึกคัก มี สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน แกนนำพรรคและผู้ช่วยหาเสียง ขึ้นเวทีคับคั่ง นำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค, นายชัยธวัช ตุลาธน, นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และนายปิยบุตร แสงกนกกุล
นายชัยธวัชกล่าวถึง เอกสารที่อ้างว่าได้รับจากพลเมืองดี เกี่ยวกับโครงการซื้อถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยของ อบจ.เชียงใหม่ ที่แจกให้ประชาชนในช่วงน้ำท่วมใหญ่เดือนตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา โดยระบุว่าโครงการนี้ อบจ.เชียงใหม่ จัดซื้อด้วยวิธีเฉพาะเจาะจง ซึ่งเข้าใจได้ในสถานการณ์ที่ต้องทำให้ทันท่วงทีกับความเดือดร้อนของประชาชน จากเอกสารที่เห็น จัดซื้ออย่างน้อย 4 ครั้ง จากเอกชน 3 เจ้า รวมมูลค่า 19,765,000 บาท อย่างไรก็ตาม พบข้อน่าสงสัยหลายอย่าง เช่น ราคาของข้าวสารในถุงยังชีพสูงกว่าราคากลาง, บริษัท ท.การโยธา ที่ทำรับเหมาวัสดุก่อสร้างมาตลอด อยู่ๆ ก็มาขายถุงยังชีพให้ อบจ., ที่อยู่ของบริษัท ท.การโยธา เคยเป็นที่อยู่ของอีกบริษัทชื่อ ส.การโยธา ซึ่งต่อมาพบว่าเป็นบริษัทในเครือ ส.กรุ๊ป ที่มีกิจการหลายบริษัท มีนาง พ. เป็นกรรมการบริษัท และเป็นภรรยาของอดีตเลขานายก อบจ. เชียงใหม่ คนที่ผ่านมา
- ธนาธร โต้ ทักษิณ ปมนโยบายแก้ไข ม.112 ยันไม่เคยเป็นเงื่อนไขร่วมรัฐบาล
- ‘ทักษิณ’ หยิบเสื้อตัวเก่ง สมัยเป็นนายกฯ ลุยอุดรฯ ขึ้นปราศรัยในรอบ 18 ปี
- “ทักษิณ – พิธา” เตรียมลงพื้นที่ช่วยหาเสียง เลือกตั้งนายก อบจ.อุดรธานี
ตนไม่ได้กล่าวหาใคร เพียงเล่าให้พี่น้องชาวเชียงใหม่ประกอบการพิจารณา ให้เห็นว่า เกิดอะไรขึ้นกับการใช้งบประมาณของ อบจ.เชียงใหม่ ดังนั้น 1 กุมภาพันธ์เป็นอีกหนึ่งโอกาสในการเปลี่ยนแปลง เขาบอกว่าการเมืองท้องถิ่นเปลี่ยนยาก เปลี่ยนไม่ได้ ถ้าไม่มีกำลังภายใน ไม่มีเงินทอง ไม่มีเครือข่ายอุปถัมภ์เส้นสาย พรรคประชาชนไม่มีทางประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง อบจ. ครั้งนี้ แต่ตนไม่เชื่อ ตนเชื่อในประชาชน เวลานี้ชั่วโมงนี้พี่น้องชาวเชียงใหม่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงไปด้วยกันแล้ว
คนบางกลุ่มพยายามต่อสู้เพื่อรักษาอดีต แต่พวกเราพรรคประชาชนขอจับมือพี่น้องประชาชนต่อสู้เพื่ออนาคต พอกันทีกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เห็นการเมืองท้องถิ่นเป็นแค่ฐานเสียงทางการเมือง เข้าไปสร้างเครือข่ายอุปถัมภ์ เครือข่ายอำนาจแสวงหาผลประโยชน์จากงบประมาณของเรา มาร่วมกันเปลี่ยนแปลงสร้างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะมาดูแลเราตั้งแต่เช้ายันเข้านอน ตั้งแต่เกิดจนวาระสุดท้ายของชีวิต เลือก อบจ.ประชาชนทั้งทีม ส่งพันธ์ุอาจไปสร้าง อบจ.พันธุ์ใหม่ ดูแลทุกคนทั่วถึงเท่าเทียม
นายธนาธรกล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างคนเชียงใหม่กับ อบจ. คืองบประมาณ แต่ที่ผ่านมาประชาชนจำนวนมากรู้สึกว่า จ่ายภาษีไปแล้วไม่ได้ทำให้ชีวิตตัวเองดีขึ้น งบ อบจ.เชียงใหม่ 2,000 ล้านบาทต่อปี ตลอด 4 ปี เท่ากับ 8,000 ล้านบาท งบอบรมและศึกษาดูงานของ อบจ.เชียงใหม่เป็นร้อยล้านบาท เยอะกว่างบสาธารณสุขเสียอีก พรรคประชาชนบอกว่าเชียงใหม่ดีกว่านี้ได้ จะเข้าไปจัดสรรงบประมาณใหม่ ตัดลดงบที่ไม่จำเป็น เอามาลงทุนในการศึกษา ทำเรื่องสาธารณสุขให้ประชาชน พัฒนาพื้นที่สีเขียว สร้างระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ
นายธนารกล่าวว่า มีคนบอกว่าสิ่งที่เราคิดเป็นไปไม่ได้ อยู่กันมาอย่างนี้ก็เป็นอย่างนี้ เราต่างกับประเทศที่พัฒนาแล้วตรงไหน ต่างกันที่คุณภาพน้ำประปา ของเขาดื่มได้ ต่างที่คุณภาพฟุตบาท ของเขาเดินได้ ต่างกันที่คุณภาพบริการภาครัฐ ต่างกันที่ความเสมอภาคเท่าเทียมทางกฎหมาย แต่เราพิสูจน์ให้เห็นแล้ว น้ำประปาสะอาดดื่มได้ ทำมาแล้วที่เทศบาลตำบลอาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด ทำมาแล้วที่เทศบาลตำบลโพน จ.กาฬสินธุ์ เราทำให้โรงงานผลิตน้ำประปาท้องถิ่นสามารถผลิตน้ำประปาที่ใสสะอาดและดื่มได้ ได้แล้วในประเทศไทย
“มาร่วมกันทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้ด้วยกัน ถ้าประเทศอื่นทำได้ ทำไมเราจะทำไม่ได้ เราต้องมีนักการเมืองที่มีเจตจำนงแรงกล้าพอที่จะไปทำ ทั้งในระดับประเทศและท้องถิ่น ภายใน 4 ปีไม่ทุจริตคอร์รัปชัน บริหารอย่างโปร่งใส สร้างเชียงใหม่ที่ดีกว่านี้ได้แน่นอน นโยบายของเราคือคุณพันธุ์อาจเป็นนายก อบจ. เมื่อไหร่ ถ่ายทอดสดประชุมสภา อบจ.เชียงใหม่เลย ทุกคนจะได้เห็นเงินว่า เงิน 8,000 ล้านบาทไปอยู่ที่ไหน ใครปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน นี่คือการยกระดับคุณภาพการเมือง”
นายธนาธรกล่าวว่า การแก้ปัญหาแบบปะผุไปวันๆ แก้ปัญหาประเทศไทยไม่ได้ จำเป็นอย่างยิ่งต้องแก้ปัญหาโดยความคิดใหม่ๆ พลังใหม่ๆ การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญมาก เพราะพวกเราต้องการให้เชียงใหม่เป็นกระดานหกกระเด้งให้พรรคประชาชนเป็นอันดับหนึ่งในปี 2570 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้พี่น้องทั้งประเทศเห็นว่าเมื่อเข้ามาบริหารเชียงใหม่ เราสร้างเชียงใหม่ที่ดีกว่านี้ได้จริง ดังนั้นสองสัปดาห์ที่เหลือ ขอแรงจากทุกคนขอให้ช่วยสนับสนุนผู้สมัครของเรา
นายณัฐพงษ์ ปราศรัยเป็นคนสุดท้าย กล่าวว่า ตนไม่เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นเวทีกู้หน้ากู้ศักดิ์ศรีของใคร แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ คือสนามคุณภาพชีวิตของชาวเชียงใหม่ ที่ผ่านมาประเทศไทยมีหลายเรื่องที่ผิดปกติแต่เราเจอมาทุกวันจนเป็นเรื่องปกติ เช่นน้ำประปาไม่สะอาด ไหลบ้างไม่ไหลบ้าง วางรองเท้าจองคิวเข้าโรงพยาบาล เราเกิดมาในประเทศที่โครงสร้างอำนาจรัฐเป็นรัฐรวมศูนย์ กดทับศักยภาพของชาวเชียงใหม่ ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นเมืองโตเดี่ยวอยู่ที่กรุงเทพฯ เรื่องนี้ไม่เป็นธรรมแต่เราเห็นมาตั้งแต่เกิดจึงมองว่าเป็นเรื่องปกติ
การเลือกตั้งทุกครั้ง คือเวทีให้เราจินตนาการใหม่ร่วมกัน ว่าประเทศไทยหรือเชียงใหม่ที่เราอยากเห็นเป็นอย่างไร พรรคประชาชนไม่ได้มองสนามเลือกตั้ง อบจ. ครั้งนี้เป็นแค่สนามในการปกป้องศักดิ์ศรีที่เราชนะ สส.เชียงใหม่มาถึง 7 เขต แต่นี่คือสนามที่จะผลักดันสังคมไทยไปข้างหน้าอีกหนึ่งระดับ สร้างเชียงใหม่ที่รับประกันความสุขสมบูรณ์ของประชาชน นั่นคือคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา ระบบสาธารณสุข ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก น้ำประปาสะอาด ขนส่งสาธารณะและการจัดการ อบจ.ที่โปร่งใสตรงไปตรงมา
วันนี้ถ้ามีพรรคการเมืองระดับประเทศออกมาสื่อสารว่า จะทำอย่างโน้นทำอย่างนี้ ทำให้คุณภาพชีวิตของท่านดีขึ้น แต่ไม่เคยให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจ พวกเขาขี้จุ๊ จากการทำงานการเมือง เราเห็นโครงสร้างอำนาจรัฐที่บิดเบี้ยว หนทางเดียวที่จะทำให้ประเทศนี้และชาวเชียงใหม่ทุกคนมีคุณภาพชีวิตไม่ต่างจากประเทศโลกที่หนึ่ง คือต้องทำให้การเมืองท้องถิ่นดี
เริ่มต้นง่ายๆ คือการเมืองที่ตรงไปตรงมา เชื่อมั่นว่าคุณพันธุ์อาจและทีม ส.อบจ.ของพรรคประชาชนเข้ามาด้วยเจตจำนงทางการเมืองที่ต้องการให้พี่น้องเข้าถึงคุณภาพชีวิตดีได้เท่าเทียมกัน ได้แบ่งการพัฒนาเชียงใหม่เป็น 5 กลุ่มตามศักยภาพแต่ละพื้นที่ (1) กลุ่มอำเภอเมือง มีศักยภาพในการพัฒนาเศรษฐกิจสตาร์ทอัพ (2) ทิศเหนือ ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ (3) ทิศใต้ เศรษฐกิจลำใย (4) ทิศตะวันออก หัตถกรรมสินค้าประณีต (5) ทิศตะวันตก เมืองแห่งความหลากหลาย เพราะพี่น้องชาติพันธ์ุมีจำนวนประชากรมากถึงหนึ่งในห้าของจังหวัดเชียงใหม่
นายณัฐพงษ์ทิ้งท้ายว่าอยากให้ประชาชนเชื่อในพลังของตัวเอง เสียงของพวกเราจะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ ช่วยกันขยายผลบอกต่อเพื่อให้ 1 กุมภาพันธ์นี้ นายก อบจ. และ ส.อบจ. เป็น ‘สีส้ม’ ทั้งจังหวัดเชียงใหม่
