ช่วยเหลือลูกหนี้ — คณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย ได้มอบหมายให้กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ (GFA) ร่วมกันแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งทั้ง 3 หน่วยงาน เห็นร่วมกันให้ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. กำหนดกรอบดำเนินการและสร้างกลไกผลักดันให้ สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (SFIs) เร่งให้ความช่วยเหลือและปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่เป็นการแก้ไขปัญหาของลูกหนี้ได้อย่างตรงจุดในระยะยาว โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ยังต้องเผชิญกับภาวะการระบาดของโควิด19 เพื่อให้ลูกหนี้สามารถดำเนินธุรกิจหรือใช้ชีวิตประจำวันต่อไปได้ อันจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจและสังคมในภาพรวม โดยมาตรการดังกล่าวประกอบด้วยแนวทางและมาตรการดำเนินการในการช่วยเหลือและแก้ไขหนี้ในระยะยาว ดังนี้
1. แนวทางการปรับโครงสร้างหนี้ระยะยาว ที่เป็นการยกระดับแนวนโยบายให้ SFIs ปฏิบัติเดิม เป็นการกำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนเพื่อรองรับการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในมิติของการจัดทำนโยบาย การกำกับดูแล และกระบวนการพิจารณาการปรับโครงสร้างหนี้ ตลอดจนมีการควบคุมภายในที่รัดกุม ซึ่งจะเอื้อให้ SFIs สามารถใช้ดุลยพินิจอย่างระมัดระวังและรอบคอบในการดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้ให้เหมาะสมกับศักยภาพและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้อย่างแท้จริง
2. มาตรการสนับสนุนการปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อให้ SFIs เร่งแก้ไขปัญหาหนี้เดิมด้วยการปรับโครงสร้างหนี้แบบระยะยาวอย่างตรงจุดและเหมาะสมกับปัญหาของลูกหนี้แต่ละราย โดยกำหนดงวดการจ่ายชำระหนี้ให้สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลงมากของลูกหนี้ และให้ลูกหนี้ทยอยจ่ายชำระหนี้เพิ่มขึ้นเมื่อรายได้เริ่มกลับมา รวมทั้งต้องเร่งช่วยลูกหนี้ให้ได้จำนวนมากและรวดเร็ว ซึ่ง ธปท. ได้ผ่อนคลายหลักเกณฑ์การจัดชั้นและการกันเงินสำรองตามความเข้มข้นของการให้ความช่วยเหลือ โดยมาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้เป็นการชั่วคราวระหว่าง วันที่ 1 มกราคม 2565 – 31 ธันวาคม 2566 ซึ่งจะสอดคล้องกับมาตรการแก้หนี้ระยะยาว 3 กันยายน 2564 ของธนาคารพาณิชย์ที่ดำเนินการอยู่
แนวทางปรับโครงสร้างหนี้ที่เป็นประโยชน์ต่อลูกหนี้
1.มองยาว ภาระการจ่ายหนี้สอดคล้องกับรายได้ที่ต่ำลงมาก และทยอยจ่ายเมื่อรายได้กลับมา
2. ทำกว้าง สามารถช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจำนวนมากได้เร็ว
3.ตรงจุด มีทางเลือกการปรับหนี้ที่หลากหลาย ให้เหมาะกับ “อาการ” ของลูกหนี้แต่ละราย/ประเภท
4.รอดด้วยกัน เป็นธรรมกับลูกหนี้และเจ้าหนี้
5.ไม่สร้างแรงจูงใจที่ไม่เหมาะสม (moral hazard) ให้กับลูกหนี้ที่ไม่ได้รับผลกระทบ
ธปท. คงความยืดหยุ่นการบังคับใช้หลักเกณฑ์ เพื่อส่งเสริมการปรับโครงสร้างหนี้
1.คงการจัดชั้นลูกหนี้ชั่วคราวจนถึง 31 มี.ค. 2565 – สำหรับลูกหนี้รายย่อย และ SMEs ที่เข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้แล้ว
2.ใช้เกณฑ์การจัดชั้นและกันเงินสำรองอย่างยืดหยุ่นถึงสิ้นปี 2566 – หากช่วยเหลือลูกหนี้ด้วยวิธีนอกเหนือจากการพักชำระหนี้หรือขยายระยะเวลาชำระหนี้


ขอบคุณข้อมูลจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ลูกหนี้ เตรียมเฮ! ธอส.ออก มาตรการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ช่วยผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด19
แบงก์ชาติ สรุปให้! มาตรการ ช่วยเหลือลูกหนี้ ปี 2565 มีอะไรบ้าง?
เริ่มแล้ว! แบงก์ชาติ ปรับโครงการ ทางด่วนแก้หนี้ ช่วยเหลือลูกหนี้ธุรกิจ