หมอธีระ ซัดไม่กักตัว 14 วัน เหมือนรนหาที่ตาย โควิด-19 หายนะการระบาดซ้ำแน่นอน ชี้อีก 3-4 เดือนต่อจากนี้ระบาดหนัก
27 พ.ย. 63 รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก Thira Woratanarat ระบุข้อความว่า วันนี้ไทยมีรายงานเคสใหม่ 19 คน มาจากต่างประเทศหลากหลายประเทศ 6 คนตรวจพบในสัปดาห์ที่สองของการกักตัว 5 คนตรวจพบตั้งแต่ 10 วันขึ้นไป คิดเป็น 26.3% ของทั้งหมด ไม่ว่าจะมาจากประเทศเสี่ยงต่ำหรือเสี่ยงสูง ล้วนมีความเสี่ยงต่อการระบาดซ้ำ เพราะการที่ติดเชื้อนั้น มีธรรมชาติของโรคเหมือนกัน โอกาสที่จะแสดงอาการมีตั้งแต่ 2-14 วัน
การไม่กักตัว หรือกักตัวต่ำกว่าระบบมาตรฐาน 14 วัน จึงเป็นการรนหาที่ และนำไปสู่หายนะการระบาดซ้ำได้อย่างแน่นอน
หากลองคำนวณจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่รายสัปดาห์ย้อนกลับไปตั้งแต่วันนี้ จะพบว่า สัปดาห์ปัจจุบันติดเชื้อไปรวม 69 คน ถือว่าสูงที่สุดในรอบ 30 สัปดาห์ หรือ 7 เดือนที่ผ่านมา คือตั้งแต่ช่วงปลายเมษายน และยอดจำนวนเคสใหม่วันนี้สูงสุดตั้งแต่ปลายกันยายนเป็นต้นมา

ถือเป็นข้อมูลที่ยืนยันให้เราเห็นว่า การระบาดทั่วโลกนั้นเป็นไปอย่างรุนแรง และการเปิดประเทศเพื่อให้มีการเดินทางเข้ามาในประเทศไทยนั้นถือเป็นความเสี่ยงสูง จึงจำเป็นต้องรับมาเฉพาะเท่าที่จำเป็นอย่างยิ่งยวดเท่านั้น
ณ วินาทีนี้ ไม่ใช่เวลาที่จะคิดกลวิธีหาเงินจากการนำนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในประเทศ โดยการล่อด้วยวิธีการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นลดแลกแจกแถม ลดวันกักตัว กักบ้างไม่กักบ้าง หรือไม่กักตัว อย่างที่พยายามถูลู่ถูกังกันมาตลอดในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา
ทรัพยากรบุคคลหรือชีวิตคนในประเทศ คือ สิ่งที่มีค่าสูงที่สุดของเรา การประคับประคองประเทศให้อยู่รอดปลอดภัยระหว่างที่ทั่วโลกกำลังเข็นอาวุธป้องกันอย่างวัคซีนชนิดต่างๆ ออกมาใช้นั้น เป็นเรื่องท้าทายยิ่ง และต้องเตือนสติให้รัฐไม่หลงไปกับกิเลสชั่ววูบหาเงินแลกความเสี่ยงต่อหายนะการระบาดซ้ำ วัคซีนนั้นจะถูกนำมาใช้เพื่อควบคุมการระบาด แต่ไม่ใช่กำจัดโรค

หากสถานการณ์การระบาดของทั่วโลกดีขึ้น มาตรการอื่นๆ จะได้รับการพิจารณานำมาใช้ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดระหว่างประเทศ อาทิ การทำสนธิสัญญาระหว่างกันเพื่อสร้างมาตรฐานการเดินทางให้ผู้เดินทางได้รับการฉีดป้องกันก่อนเดินทาง และตรวจภูมิคุ้มกัน ซึ่งจะอยู่ในรูปแบบ vaccination and immunity passport เป็นต้น
มาตรการป้องกันดังกล่าว จะไม่ได้ป้องกันเฉพาะตัวบุคคลที่เดินทาง แต่ถือเป็นการป้องกันต่อคนในพื้นที่ทั้งปลายทาง และต้นทาง และมีโอกาสที่จะได้รับการใช้ไปจนกว่าโรคจะสงบ หรือประชากรโลกได้รับการฉีดวัคซีนอย่างถ้วนทั่ว
อย่างไรก็ตาม ให้ทำใจไว้ก่อนว่า ความรู้เกี่ยวกับภูมิคุ้มกันจากวัคซีนโรค COVID-19 นี้ยังจำกัด เพราะยังไม่ทราบว่าอยู่ได้นานเพียงใด มีผลข้างเคียงระยะยาวหรือไม่ มาตรการต่างๆ จึงยังไม่น่าจะได้รับการนำมาใช้ในเร็ววันนี้

ดังนั้น นอกจากสติที่หน่วยงานรัฐต้องมีเพื่อเอาชนะกิเลสแล้ว การป้องกันตัวของประชาชนจึงยังมีความสำคัญอย่างยิ่ง ใช้ชีวิตอย่างมีสติ รักตัวเอง รักครอบครัว ต้องป้องกันตัวเสมอ
ช่วง 3-4 เดือนถัดจากนี้ไป เราจะมีโอกาสเห็นการระบาดที่หนักหน่วงในหลายต่อหลายประเทศก่อนที่จะน่าจะควบคุมได้ดีขึ้น ขอเพียงประคับประคองให้ดี อย่าสะดุดขาตัวเองหัวคะมำจนระบาดซ้ำ