สงสารเหลือใจ! น้าพาหลานสาววัย 13 ปี เข้าแจ้งความ หลังถูกพ่อแท้ๆ ข่มขืน 5 ครั้งภายใน 1 เดือน ซ้ำข่มขู่-ทำร้ายร่างกาย หวังฆ่ายกครัว
จากกรณีน้าสาวพาเด็กหญิง เอ (นามสมมติ) อายุ 13 ปี เข้าตรวจร่างกายที่โรงพยามบาลนครพนม หลังถูกพ่อแท้ๆ ชาวลาว อายุ 41 ปี ข่มขืนกว่า 5 ครั้ง ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 1 เดือน ทั้งยังมีการข่มขู่ทำร้ายร่างกาย เมื่อวันที่ 8 มี.ค. 2568 ที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้น้าสาวและเด็กหญิง เอ ได้ไปขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่บ้าน เนื่องจากน้องเอถูกพ่อแท้ ๆ ข่มขืน ซ้ำยังมีการทำร้ายร่างกายและข่มขู่สารพัด พร้อมทั้งยังขู่ฆ่าทั้งครอบครัวรวมถึงเผาบ้าน จึงได้มีการประสานฝ่ายปกครอง สายตรวจ 191 ทันที

ต่อมา ร.ต.อ.สุรชัย นครคำสิงห์ รอง สวป.สภ.เมืองนครพนม ได้นำทีมบุกเข้าจับกุมพ่อชาวลาวรายดังกล่าว จากการสอบสวนเบื้องต้นพ่อให้การวกไปวนมาคล้ายคนเมา นอกจากนี้ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนมาแสดงจึงควบคุมตัวมาสอบสวนที่ สภ.เมืองนครพนม

จากการสอบสวนผู้ต้องหาของ พ.ต.ต.จำรัส ศรีหาตา สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนครพนม ยังให้การปฏิเสธแะพูดจาวกวนคล้ายคนเมายาเสพติด จึงนำตัวไปตรวจหาสารเสพติดพบปัสสาวะสีม่วง จึงแจ้งข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายและเป็นบุคคลต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายพร้อมทำบันทึกจับกุม
นางนิดาพร เผยว่า ตอนเกิดเหตุตนไปแหย่ไข่มดแดง โดยปกติพี่ชาย หรือ ผู้ก่อเหตุมักจะนำหลานสาวไปทำงานด้วย หลังพักกินข้าวก็จะมีการเปิดดูคลิปโป๊แต่รอบนี้ดูไม่ได้เพราะเน็ตช้า จึงหัดไปขอมีเพศสัมพันธ์กับลูกสาว แต่น้องเอปฏิเสธทำให้น้องถูกกระชากผมและทำร้ายร่างกาย ทำให้น้องเอต้องวิ่งออกมาหลบที่โรงพยาบาลจิตเวชฝั่งตรงข้าม พี่ชายตนเลยขี่รถกลับบ้านก่อนจะคว้ามีดมาไล่ฟันลูก
น้องเอ เปิดเผยว่า ตนโดนพ่อข่มขืนครั้งแรกเมื่อ วันที่ 1-2 ก.พ. 2568 ติดต่อกัน 2 ครั้งที่บ้านพักยาย โดยพ่อข่มขู่ว่าถ้าตนตะโกนฆ่ายกบ้าน ครั้งที่ 2 ก็เช่นกัน ต่อมาคืน 11-13 ก.พ. 68 พ่อได้ข่มขืนอีกครั้งและยังมีการนำมีดเข้ามาด้วยทำให้ตนกลัวไกล้าขัดขืน และครั้งสุดท้ายคือวันที่ 17 ก.พ. 68 แต่ตนไม่ยอมจึงเกิดเหตุการณ์เมือนข้างต้น เลยอยากขอความช่วยเหลือและแจ้งความ ยืนยันจะเอาเรื่องที่พ่อทำกับตนให้ถึงที่สุด