พระครูปลัดธีรธนัชณฤทธา เมตตฺตธมฺโม หรือ พระปีนเสา ถูกชาย 3 คน ถีบหน้าสถานีโทรทัศน์ กลางวันแสก ๆ เข้าแจ้งความที่ สน.บางเขน
พระครูปลัดธีรธนัชณฤทธา เมตตฺตธมฺโม (เสาวภาคย์โชติรส) หรือ “พระครูปลัดธีระ” ฉายา “พระปีนเสา” เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.บางเขน หลังถูกชายฉกรรจ์ 3 คน รุมทำร้ายร่างกายคาสถานีโทรทัศน์ย่านเกษตร-นวมินทร์ หลังไปออกรายการโทรทัศน์ และได้ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล เพื่อนำมาใช้เป็นหลักฐานในการแจ้งความแล้ว
ต่อมาทางเฟซบุ๊กของ นายประพันธุ์ กิตติฤดีกุล จากองค์กรปกป้องพระพุทธศาสนาเพื่อสันติภาพ (อปพส.) ได้โพสต์ข้อความว่า “ข่าวด่วน มีคนบาป 3 คนรุมทำร้ายพระครูปลัดธีระ (พระปีนเสา)” พร้อมกับ้ไลฟ์ผ่านเพจ ปราบ กบฏมุสลิม ระบุว่า เกิดเหตุการณ์รุมทำร้าย พระครูปลัดธีระ ที่ช่อง 8 ขณะกำลังจะกลับ มีการเอาคน 3 คนเป็นผู้ชายไปรุมทำร้าย ตำรวจกำลังพาไปที่เกิดเหตุ เพราะเกรงว่าจะมีการทำลายหลักฐานกล้องวงจรปิด มีกระบวนการทำร้ายพระสงฆ์ ตอนไปสถานีโทรทัศน์ ก็โดนทำร้ายไปแล้ว พฤติกรรมแบบนี้ไม่ใช่คนไทยแล้ว ใช้กำลังทำร้ายพระได้

ล่าสุดทางพระครูปลัดธีระ เปิดเผยว่า หลังออกรายการเสร็จ ก่อนที่จะเดินทางกลับ ระหว่างที่รอรถแท็กซี่มารับที่หน้าอาคารของสถานีโทรทัศน์ ได้แวะซื้อน้ำ โดยมีเจ้าหน้าที่ของสถานีฯ เดินตามมาด้วย แต่จู่ ๆ ก็สวนกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ 3 คนที่เดินสวนมาจากด้านนอกอาคาร เป็นชายตัวใหญ่ วัยกลางคน สูงประมาณ 180-190 เซนติเมตร สวมกางเกงยีนส์ เสื้อสีขาว และสวมหมวกสีแดง มีการสบตากัน

- ‘พระปีนเสา’ โพสต์คลิปชวน ปชช. ตรวจสอบ ‘หลวงพี่น้ำฝน’- สำนักพุทธฯ
- เปิดคลิป! พระปีนเสา โต้เดือด หลังรู้ตัว ถูกขับพ้นวัดต้นสังกัด
- สุดทน! เจ้าอาวาสต้นสังกัด สั่ง “พระปีนเสา” ออกจากต้นสังกัดทันที
ตอนแรกตนคิดว่าอีกฝ่ายเดินสวนมาเพื่อที่จะขึ้นรถแท็กซี่ แต่กลายเป็นว่าชายคนดังกล่าวกลับกระโดดถีบมาจากด้านหลัง จนทำให้พระครูฯ ล้มลง ศอกถลอก จากนั้นก็ถูกรุมทำร้ายจนเห็นดาวเห็นเดือน เจ็บที่หลัง หายใจติดขัด ส่วนกลุ่มผู้ก่อเหตุก็เดินจากไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตัวพระครูฯ พยายามตะโกนบอกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของอาคารให้ช่วยจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุไว้ แต่ก็ไม่มีใครทำอะไร

เบื้องต้นพระครูปลัดธีระ จึงเข้าแจ้งความกับตำรวจ เพราะมองว่าเป็นการกระทำการอุกอาจ ก่อเหตุในพื้นที่สถานีโทรทัศน์ เวลากลางวัน ต่อหน้าประชาชน ขณะที่ตำรวจชุดสืบสวน สน.บางเขน อยู่ระหว่างประสานกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อเร่งพิสูจน์ทราบกลุ่มผู้ก่อเหตุ และติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี